levitra kopen lovegra kopen cialis kopen levitra generiek cialis 20 mg kamagra belgie viagra prijs levitra prijs

ราชพฤกษ์วิศวกรรม
My cart  (empty) 0.00 $
My cart  (empty) 0.00 $

Articles

          เป็นการใช้หลักการทางฟิสิกซ์ต่าง ๆ เช่น รังสีแกมม่า เอ็กซ์เรย์แม่เหล็ก คลื่นเสียง ฯลฯ ทำการตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ ชิ้นส่วน ส่วนประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่วัตถุดิบและขนาด วัสดุในระหว่างการผลิต และวัสดุ/สินค้าระหว่างการใช้งาน เพื่อหารอยตำหนิหรือจุดบกพร่องภายในโครงสร้างของวัสดุ ที่อาจจะก่อ ให้เกิดความเสียหาย ความไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม โดยงาน NDT จะทำการตรวจสอบโดยที่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงของโครงสร้างทั้งก่อน / หลังการทดสอบและตรวจสอบ แต่อย่างไร 
 บริษัทฯ ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบโดยไม่ทำลายในในภาชนะรับแรงดัน สารเคมี น้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้อง ในคลังก๊าซ คลังน้ำมัน โรงบรรจุก๊าซ สถานีบริการก๊าซ และน้ำมัน โรงงาน ตลอดจนสถานที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตามความ ต้องการของลูกค้า
ขอบข่ายของ NDT ที่บริษัทฯ ให้บริการนั้นประกอบด้วย

1. การทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นพื้นฐาน (Conventional NDT)

2. การทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นสูง (Advance NDT)

 

การทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นพื้นฐาน (Conventional NDT)

1.   การทดสอบโดยการถ่ายภาพด้วยรังสี Radiographic Testing (RT)

ใช้เพื่อตรวจหารอยบกพร่องหรือตำหนิในชิ้นงาน เช่น โพรงหรือฟองอากาศ การฝังตัวของขี้ลวดเชื่อม (Slag- Inclusion) การซึมลึกไม่เพียงพอของงานเชื่อมบริษัทฯ สามารถให้บริการถ่ายภาพด้วยรังสีที่หลากหลาย เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า ดังนี้

1.1   การทดสอบด้วยรังสีโดยใช้เครื่อง X-ray
         เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการภาพถ่ายที่มีความคมชัดและความไวในการตรวจสอบสูงและมีความปลอดภัยสูงสุด

1.2   การทดสอบด้วยรังสีโดยใช้สาร Iridium 192 (Ir 192)
        รังสีมีอำนาจทะลุทะลวงสูง เหมาะกับชิ้นงานที่มีความหนาเทียบเท่าเหล็ก 6 ม.ม. ขึ้นไป

นอกเหนือจากชนิดรังสีที่มีให้บริการอย่างหลายหลากแล้ว   บริษัทฯ ยังมีห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ (Mobile Lab) เพื่อทำการล้างฟิล์มที่ได้จากการถ่ายภาพ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่ต้องการทราบผลการทดสอบโดยด่วน (ภายใน 30 นาที) ลดเวลาการรอคอยผลฟิล์ม ทำให้โครงการก่อสร้างสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

2.   การทดสอบโดยคลื่นความถี่ Ultrasonic Testing (UT)

คลื่นความถี่สูงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการทดสอบโดยไม่ทำลายอย่างมากมาย มีการพัฒนาตลอดเวลาและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน บริษัท ฯได้นำความรู้ด้านคลื่นความถี่สูงมาประยุกต์ใช้กับงานทดสอบ ดังนี้

2.1   การหาความหนาวัสดุโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Thickness Measurement)
        ใช้หาความหนาที่เหลืออยู่ภายหลังการใช้งานของภาชนะบรรจุแรงดัน เช่น ถัง LPG, NGV, ถังบรรจุสารเคมี เนื่องจาก เมื่อถังหรือ         อุปกรณ์ดังกล่าวเมื่อใช้ไปนานๆ หรือถูกสารเคมีที่กัดกร่อนสูง จะบางลงจนไม่สามารถรับแรงหรือภาระต่างๆตามที่ได้ออกแบบไว้           เหมือนเริ่มสร้างได้

2.2   การหาความสมบูรณ์ของโลหะโดยคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Flaw Detector)
        เป็นการใช้คลื่นความถี่สูง ในการตรวจความสมบูรณ์ของเนื้อโลหะภายหลังการขึ้นรูปด้วยการเชื่อม (Welding) การหล่อ                         (Casting, foundry) ของถังและเครื่องจักรอุปกรณ์ สามารถตรวจหาตำหนิที่มีลักษณะระนาบ (Planar Defect) เช่น การ                         หลอมละลายไม่สมบูรณ์, รอยร้าว ได้ดี

3.   การทดสอบโดยใช้ผงแม่เหล็ก Magnetic Particle Testing (MT/PT)

เป็นการหารอยร้าวบนพื้นผิวของวัสดุที่เป็นโลหะประเภทเหล็ก โดยอาศัยการเหนี่ยวนำจากไฟฟ้ากระแสตรง (DC Current) หรือไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Current) บริเวณที่จะทดสอบให้เป็นแม่เหล็ก และทำการโรยผงเหล็กย้อมสีขนาดเล็กลงบนบริเวณที่ทดสอบ หากมีรอยแตกร้าวขนาดเล็กบนผิวชิ้นงาน จะมีสนามแม่เหล็กรั่วในบริเวณดังกล่าวและดึงดูดผงเหล็กให้เกาะกันเป็นแนวเส้นที่เห็นได้อย่างเด่นชัด โดยมีแบบเห็นด้วยตาเปล่าและแบบใช้แสง Black Light

4.   การทดสอบโดยใช้สารแทรกซึม Liquid Penetrant Testing

เป็นการหารอยแตกร้าวบนพื้นผิวทุกชนิดที่ ผิวหน้าเรียบ ไม่เป็นรูพรุน เหมาะกับการตรวจรอยแตกร้าวของภาชนะแรงดันหรือสารเคมีที่ไม่ได้ทำจากเหล็กคาร์บอน (Ferrous Steel) เช่น Stainless , Fiber glass  ฯลฯ การทดสอบอาศัยหลักการทาหรือพ่น ของเหลวย้อมสีที่มีคุณสมบัติแทรกซึมเข้าไปในรอยร้าวหรือรูเล็กๆ ได้ดี จากนั้นจะใช้สารเคมีหรือน้ำยาที่มีคุณลักษณะคล้ายกระดาษซับ โรยบริเวณที่จะทำการการทดสอบ หากมีรอยแตกร้าวจะเกิดเป็นเส้นหรือแนวให้เห็นอย่างเด่นชัด

5.   การทดสอบหาส่วนผสมทางเคมี (Positive Material Identification Test)

เป็นการตรวจสอบเพื่อบอกชนิดส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Composition) ของวัสดุ ด้วยเทคนิค X-ray Fluorescence Spectroscopy

6.   การทดสอบหารอยรั่วในวัสดุเคลือบผิว (Holiday Detector/Pin Hole Test)

สอบเพื่อหารอยรั่วหรือความไม่สมบูรณ์ของการทาสี เคลือบผิวเทป (Coating) ฯลฯ บนชิ้นงาน ซึ่งอาจเป็นผลทำให้น้ำและความชื้นซึมผ่านผิวเคลือบนั้นและเกิดสนิมได้

7.   การทดสอบหาค่าความแข็ง (Hardness Test)

เป็นการทดสอบความแข็งของโลหะภายหลังการแปรรูปเพื่อประเมินสภาพการใช้งานของชิ้นงาน

8.   การทดสอบด้วยวิธีสุญญากาศ (Vacuum Test)

เป็นวิธีการทดสอบหาจุดรั่วซึมของพื้นผิว สามารถทดสอบหาการรั่วซึมได้ทั้งพื้นถัง หลังคาถังเก็บผลิตภัณฑ์ (Storage Tank)

9.   การทดสอบหาค่าความเป็นแม่เหล็ก (Magnetic field and permeability measurements) ด้วยเครื่อง Magnetoscop

เพื่อใช้ตรวจสอบคุณสมบัติการเหนี่ยวนำแม่เหล็กของโลหะ เช่น Stainless 304 H

10.  การทดสอบการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของโลหะ (Replica Test)

ใช้ในการวิเคราะห์สาเหตุความเสียหายของวัสดุอุปกรณ์ที่ทำจากโลหะทุกชนิด

11.   การทดสอบด้วยกล้อง Video Bore scope

เพื่อตรวจสภาพภายในของอุปกรณ์หรือท่อ, ตรวจดูสิ่งตกค้าง สิ่งผิดปกติต่างๆโดยใช้กล้องติดปลายสายนำทางส่องเข้าไปดูสภาพภายในของอุปกรณ์หรือท่อที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง

12.   การทดสอบด้วย Ferrite Scope

เพื่อวัดปริมาณเฟอร์ไรต์ในเนื้อเหล็กกล้าไร้สนิมซึ่งมีผลต่อความต้านทานในการกัดกร่อน

13.   AE Valve Leak Test

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีด้าน Acoustic ในการตรวจหาการรั่วภายในของวาล์วโดยเฉพาะ เพื่อให้ทราบว่าวาล์วนั้นปิดสนิทหรือไม่ ทั้งนี้เป็นการลดการสูญเสียของผลิตภัณฑ์โดยเปล่าประโยชน์ และป้องกันการปล่อยสารที่มีอันตรายออกสู่บรรยากาศ

14.   AE Gas Leak Test

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีด้าน Acoustic ในการตรวจหาการรั่วของแก๊สออกสู่บรรยากาศ เพื่อป้อนกันการสูญเสียผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม

การทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นสูง (Advance NDT)

เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากวิธีการทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นพื้นฐานโดยใช้วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์และการประมวลผลมาประกอบ ทำให้การทดสอบเกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้ผลการทดสอบที่รวดเร็วและมีความแม่นยำมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1.   การทดสอบโดยการรับคลื่นเสียง (Acoustic Emission Test)

ตรวจสอบหาการขยายตัวของรอยบกพร่อง การรั่วหรือ การเป็นสนิมของอุปกรณ์ เช่น ถังเก็บผลิตภัณฑ์ (Aboveground storage tank), ถังอัดความดันสูง(Pressure Vessel) การทดสอบด้วย AE นี้ นับเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถทดสอบระหว่างการผลิต ทำให้ไม่ต้องหยุดการผลิต ลดขั้นตอนของงานตรวจสอบและลดปัญหามลพิษจากสารตกตะกอนภายในถัง

2.   การทดสอบโดยใช้กระแสไหลวน (Eddy Current Test)

3.   Remote Field Eddy Current (REFT)

เป็นการตรวจความสมบูรณ์ของท่อสเตนเลสและวัสดุอื่นๆที่ไม่ใช่เหล็กคาร์บอนของภาชนะแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger) และ Condenser ทีใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม

4.   Magnetic Flux Leakage (MFL)

เป็นการตรวจความสมบูรณ์ของท่อเหล็กคาร์บอนที่มีครีบระบายความร้อนของภาชนะแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger) และ Condenser ทีใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ด้วยสนามแม่เหล็ก

การตรวจวัดความสมบูรณ์ของท่อที่ทำจากโลหะต่างๆของภาชนะแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger) และ Condenser ที่ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ด้วยคลื่นความถี่สูง

5.   การทดสอบด้วยคลื่นเสี่ยงความถี่สูงแบบ Phase Array (PAUT)

เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการตรวจความสมบูรณ์ของเนื้อโลหะโดยใช้หัวตรวจสอบที่มีผลึกตรวจสอบหลายๆหน่วยในหัวเดียวกัน ซึ่งทำให้การตรวจสอบครอบคลุมพื้นที่ได้มาก เร็ว และแม่นยำ สามารถแสดงผลการทดสอบได้ชัดเจน เข้าใจง่ายและเก็บบันทึกผลไว้ใช้อ้างอิงต่อไปได้กว่าแบบทั่วไป

6.   การทดสอบด้วยคลื่นเสี่ยงความถี่สูงแบบ Time of Flight Diffraction (TOFD)

เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการตรวจความสมบูรณ์ของเนื้อโลหะโดยใช้เทคโนโลยีการกระเจิงของคลื่นเสียง ซึ่งมีความแม่นยำในการประเมินหาขนาดและตำแหน่งของรอยบกพร่องมาก

 

 เช่นเดียวกัน การทำทดสอบและตรวจสอบจะต้องกระทำโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาติควบคุมตั้งแต่ ภาคีวิศวกร จนถึง วุฒิวิศวกร ในสาขา เครื่องกล, โยธา และ ไฟฟ้า ตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังต้องมีเจ้าหน้าที่เทคนิคหรือ วิศวกรที่ได้การอบรม รับรอง และสอบผ่านเกณฑ์ของ ASNT เป็นผู้ทดสอบแบบไม่ทำลายในระดับ I, II, และ ระดับ III ( ASNT – NDT Level III )
 ตามหลักเกณฑ์ Recommended Practice for the Qualification and Certification of NDT personnel – SNT – TC – 1A ซึ่งตามหลักเกณฑ์นี้ วิศวกร ระดับ III มีคุณสมบัติเป็นผู้อบรมให้กับวิศวกรและช่างเทคนิคทั้งหลาย

Contact us

  • 140/1 ซ.นาวีเจริญทรัพย์
    ถ.กาญจนาภิเษก เขตบางแค
    แขวงบางแค กรุงเทพฯ 10160
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Tel : 02 455 2888
  • Fax : 02 455 2763